8 ข้อคิดดีๆจากหนัง 8 เรื่อง ที่จะสามารถช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้คุณ!

หนังใหม่ 2020 ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกักตัวในช่วงนี้ก็สามารถพัฒนาตัวเองได้นะ หลายคนบางครั้งอาจจะมึนว่าดูหนังแล้วจะพัฒนาตัวได้ยังไง เคยได้ฟังคำบอกเล่านี้หรือไม่ “ดูหนัง มองละคร แล้วย้อนมาดูตนเอง” เคยได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กเลยใช่ไหมล่ะ ก็ต้องยอมรับว่า เวลานี้หนังชอบสอดแทรกคำคม ข้อคิดดีๆเอาไว้จนมีการรวบรวมคำคมเหล่านั้นไว้จำนวนมากหลายจำพวก ไม่ว่าจะเป็นคำคมในเรื่องความรัก มิตรภาพระหว่างสหาย สร้างแรงดลใจต่างๆไปจนกระทั่งกระบวนการทำธุรกิจ เพราะภายใต้ความสนุกสนานร่าเริงครึกโครมสนุกนั้น ผู้สร้างชอบแฝงบทเรียนชีวิตเอาไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่แต่เพียงคำคมจากหนังจะช่วยสร้างความประทับใจต่อตัวแสดง หน้าที่ รวมทั้งเรื่องราวในหนังแค่นั้น ยังสามารถช่วยปลุกความกล้าในตัวคุณให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงพัฒนาตนเองเจริญเทียบเท่าการอ่านหนังสือเชียวล่ะ วันนี้เราได้กล่าวถึง 8 แง่คิดดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตนเองของทุกคน ผู้ใดถูกใจคำคมจากหนังเรื่องไหนก็หาหนังเรื่องนั้นมาดูเพิ่มเติมได้นะคะ

1. คำคมจากเรื่อง Bourne Ultimatum : ปิดเกมล่าจารชน คนอันตราย
“Hope for the best but plan for the worst.”
“เมื่อปฏิบัติงานก็ทำให้เยี่ยมที่สุด แต่ว่าก็จะต้องจัดแจงสำหรับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด” ในชีวิตจริงก็เช่นเดียวกัน เมื่อเราปฏิบัติงานก็ควรจะมุ่งหวังและทำออกมาให้ดีที่สุด แต่ก็อย่าลืมวางแผนสำรองเผื่อกำเนิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะได้ตั้งรับถูก

2. คำคมจากเรื่อง Forrest Gump : ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะปัญญานิ่ม
“Life was like a box of chocolates. You never know หนังออนไลน์ 2020 what you’re gonna get.”
“ชีวิตก็ราวกับกล่องช็อกโกแลตหลากรส คุณเป็นไปไม่ได้รู้เลยว่าคุณจะจับพบรสอะไร” คำคมที่บากบั่นใช้คำว่าช็อกโกแลต สื่อถึง “อนาคต” เนื่องจากเราไม่เคยรู้ว่า ชีวิตของพวกเราในอนาคตจะเป็นเยี่ยงไร จะเลือกหยิบหรือคว้าอะไรได้ เพียงแต่ทำวันนี้ให้ยอดเยี่ยม ตั้งรับอนาคตไม่ว่าจะดีหรือร้าย

3. คำคมจากเรื่อง Slumdog Millionaire : สลัมด็อก มิลเลียนแนร์ คำตอบท้ายที่สุด…อยู่ที่หัวดวงใจ
“Scar is the proof of a healed wound.” จากเรื่อง Slumdog Millionaire
“แผลเป็นหลักฐานของบาดแผลที่ถูกแก้ไขแล้ว” ความเพียรพยายามหรือต่อสู้กับปัญหาต่างๆแม้ว่าจะเจ็บบ้างแม้กระนั้นความผิดพลาดเหล่านั้นจะเป็นบทเรียนที่ดีและทำให้พวกเราแกร่งขึ้น ราวกับแผลที่รักษาหายแล้ว

4. คำคมจากเรื่อง Mean Girls : มีน เกิร์ลส์ กลุ่มสาวซ่าส์ วีนซะไม่มี
“Calling somebody else fat won’t make you any skinnier. Calling someone stupid doesn’t เว็บดูหนังฟรี make you any smarter. And ruining Regina George’s life definitely didn’t make me any happier. All you can do in life is try to solve the problem in front of you.”
“เรียกผู้อื่นว่า อ้วน ไม่ได้ทำให้คุณซูบผอมลง การเรียกคนอื่นว่า ทึ่ม ก็ไม่ได้ทำให้ท่านเฉลี่ยวฉลาดขึ้นเหมือนกัน แล้วการทำลายชีวิตเรจิน่า จอร์จ ก็ไม่ได้ทำให้ท่านเป็นสุขเยอะขึ้น แต่ที่ควรจะทำ คือ จัดการปัญหาที่อยู่ตรงหน้าคุณต่างหาก” ภาพยนตร์สำหรับผู้หญิงที่นำแง่คิดมาใช้ได้กับทุกคน เนื่องจากการให้เกียรติคนอื่น ก็ราวกับการให้เกียรติตนเอง และก็ยังบอกเราอีกว่า อย่าหลีกหนีปัญหา ควรจะลำดับความสำคัญแล้วก็จัดแจงปัญหาก่อนที่จะแผ่ขยายไปอันอื่น

5. คำคมจากเรื่อง Tangled : ราพันเซล เจ้าฟ้าหญิงผมยาวกับโจรซ่าจอมแสบ
“Venture outside your comfort zone. The rewards are worth it.”
“ทดลองก้าวออกมาจากโซนปลอดภัยสิ รางวัลมันคุ้มแน่นอน” การลองเสี่ยงออกมาจากคอมฟอร์ทโซน เริ่มก้าวออกมาทำอะไรใหม่ๆอาจก่อให้คุณได้พบกับคำตอบ เรื่อง หรือมุมมองที่ดีขึ้นกว่าเดิมก็เป็นไปได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวไปทำอะไรดีๆผลลัพธ์ก็คุ้มค่าแล้ว

6. คำคมจากเรื่อง Star Wars, The Empire Strikes Back : สตาร์ วอร์ส 2
“Do, or do not. There is no try.”
“ไม่มีคำว่าลองหรอก มีเพียงแค่จะทำไหมเท่านั้น” คุณครูโยดาผู้จ้ำจี้จ้ำไชพระเอก ได้อุตสาหะบอกเราว่า การจะทำสิ่งใดให้สำเร็จ ไม่ใช่จะแค่ลองๆเลิกๆควรจะมีความเป็นจริงเป็นจัง ด้วยเหตุว่าไม่เช่นนั้นก็อย่าทำเลยดีมากยิ่งกว่า

7. คำคมจากเรื่อง Cast Away : คนหลุดโลก
“I know what I have to do now, I’ve got to keep breathing because tomorrow the sun will rise. Who knows what the tide could bring?”
“ฉันรู้แล้วล่ะว่าจำเป็นต้องทำอะไร ฉันจะมีลมหายใจต่อไป เพราะว่าวันพรุ่ง ก็ยังมีพระอาทิตย์ขึ้น ผู้ใดจะรู้ล่ะว่า คลื่นสมุทรอาจนำอะไรดีๆมาให้” จงมีหวังและก็มองโลกในแง่ดีอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุว่าสิ่งนี้จะเป็นกำลังใจให้คุณทำและรอเรื่องราวดีๆ

8. คำคมจากเรื่อง Shrek : เชร็ค
“After a while, you learn to ignore the names people call you and just trust who you are.”
“สักพักหนึ่งล่ะ คุณจะศึกษาที่จะมองข้ามสิ่งที่ผู้อื่นเรียกคุณ แล้วจะหันมาเชื่อถือในสิ่งที่เราเองเป็นแทน” มีความเชื่อมั่นรวมทั้งเชื่อถือในตนเอง เนื่องจากสิ่งนี้จะพาคุณไปสู่ความสุขและก็การบรรลุเป้าหมาย

เป็นอย่างไรกันบ้างขา กับ 8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงกระตุ้น จะเห็นได้ว่าหนังรวมทั้งละครดีๆหลายเรื่อง ถ้าหากเราดูดีๆแล้วล่ะก็ นอกเหนือจากที่จะให้ความบันเทิง ก็มีคำกล่าวอบรมสั่งสอนดีๆให้คนดูอย่างพวกเราเอากลับมาใช้เพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน ยืดเป็นแนวทางในการพัฒนาตัวเองได้เช่นเดียวกัน

เทคนิคผูกจิตใจสาวที่หนุ่มๆควรทำเมื่อชวนสาวที่ถูกใจมาดูหนัง

ดูหนังใหม่2020 กิจกรรมกล้วยๆอย่างชักชวนสาวมา ดูหนังออนไลน์ อยู่ที่บ้านตอนกักบริเวณในเหตุการณ์วัววิดที่โรงหนังปิดยาวอย่างงี้ ก็น่าสนใจไม่น้อยในเป็นการเลือกเดทเล็กๆแบบปลอดภัยในหลบหลีกในพื้นที่ ที่คนแออัด การดูหนังดีๆสักเรื่องกับคนสักคนเพื่อความสัมพันธ์ราบรื่นแจ่มใส หนุ่มๆจึงควรฝึกพกเคล็ดวิธีประจำตัวไว้สักหน่อย เผื่อใช้สร้างความตรึงใจให้สาวๆจะได้ผูกหัวใจเค้าให้อยู่มือ เอาละ จะชวนสาวมาดูหนังออนไลน์ที่บ้านทั้งทีก็ต้องมีแนวทางกันนิดหน่อยเพื่อสาวตรึงใจ จะมีอะไรบ้างตามมาเลย

ดูหนังแนวไหนถามจิตใจเธอมอง
ลองถามแนวหนังที่เธอชอบดูก่อน ว่าคุณชอบแนวไหน หรือมีเรื่องอะไรบ้างในในช่วงเวลานั้นที่ต้องการมองมั้ย เนื่องจากหญิงบางบุคคลบางทีก็อาจจะชอบดูหนัง แนวแอคชั่น แนวต่อสู้เสี่ยงภัย ซึ่งบางครั้งอาจจะขัดกับลักษณะท่าทางข้างนอกของคุณ หรือบางคนก็อาจจะยังไม่กล้าดูหนังรักโรแมนติก กับเพศชายที่กำลังคบค้าสมาคมดูใจกันอยู่ในตอนเดทแรกๆด้วยความกลัวเขินหรืออะไรก็ตามแต่ หนุ่มๆอย่างพวกเราจำเป็นจะต้องวางกลอุบายในข้อนี้ให้ดีๆ(ข้อนี้สำคัญ) ยิ่งถ้าเกิดเกิดเรื่องที่เธอกำลังอยากมองพอดีก็เข้าทางพวกเราเลยชักชวนง่าย หรือถ้าเธอพูดว่าแล้วแต่เราเลย หนังใหม่ 2020 ก็ทดลองเสนอเรื่องที่กำลังมาแรงที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยรู้สึกชื่นชอบ พร้อมแนบรีวิวให้คุณตกลงใจ ก็จะมีผลให้คุณเห็นว่าคุณก็เป็นคนที่ทำการบ้านมาดีเหมือนกันนะ เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด

แต่งตัวให้ดูดี แล้วก็มั่นใจในตัวเอง
ดูหนังอยู่บ้านพวกเราก็จำเป็นต้องแต่งให้ดูดีพอเหมาะพอควร เป็นตัวของตัวเข้าไว้นะ หนุ่มๆบางคนบางทีอาจคิดว่า จำเป็นต้องแต่งตัวให้หล่อดูดีเป็นพิเศษ กระทั่งลืมไปว่ามันทำให้ขาดความเป็นตัวเองไป โดยเฉพาะการแต่งตัวที่ดูล้น ไหมใช่ท่าทางตนเองจนถึงไม่เป็นธรรมชาติ จากที่ทีแรกๆตั้งอกตั้งใจจะให้ออกมาดูดี ก็บางทีก็อาจจะเปลี่ยนเป็นดูไม่ดีในสายตาคุณได้ เน้นย้ำดึงเอาความมั่นใจในตัวเอง ดูหนังhd ตัวตนของเราออกมาให้คุณเห็นดีเห็นงามกว่า เพราะเหตุว่าอย่าลืมว่าที่เธอตกลงใจออกมาดูหนังกับพวกเรา ส่วนหนึ่งย่อมมาจากการที่เธอก็ตั้งมั่นมาศึกษาตัวตนของพวกเราด้วยเหมือนกัน เธออยากจะรู้จักเราให้เยอะขึ้น หรือมากกว่านั้นเธอก็บางทีอาจกำลังชอบใจในความเป็นพวกเราอยู่ก็เป็นได้ ด้วยเหตุนั้น ชายหนุ่มๆก็เลยไม่ควรลืมข้อนี้เด็ดขาด

วางตัวให้ดี ให้เกียรติคุณเสมอ
หากอยากที่จะให้ความเกี่ยวเนื่องเริ่มได้สวย หนุ่มๆควรจะวางตัวให้ดี รวมทั้งเป็นสุภาพบุรุษที่ให้เกียรติเธอเสมอ การดูหนังอยู่บ้านสองต่อสองเป็นที่ลับตาคนอยู่แล้ว แม้กระนั้นหนุ่มๆก็ไม่สมควรถึงเนื้อถึงตัวคุณจนถึงเกินงาม แม้กระนั้นอาจจะมีกุ๊กๆกิ๊กๆจับไม้จับมือบ้าง พอให้หัวใจสดชื่นกันทั้งยัง 2 ฝ่าย รับประกันว่าเธอจึงควรอยากมาดูหนังกับคุณในครั้งต่อๆไปอีกแน่ๆ

จบให้สวย ด้วยการเชิญต่ออีกนิด
อย่าทำให้ช่องทางที่จะได้กระชับความข้องเกี่ยวให้มากขึ้นเรื่อยๆนั้นหลุดลอย โดยเฉพาะทีแรกๆๆของการนัดเจอเดท ชายหนุ่มๆผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจไม่ค่อยสบายใจว่าจะชวนสาวคุยเรื่องอะไรดี บอกเลยว่าข้างหลังดูหนังจบนี่แหละ คุณจะมีบทสนทนาที่ไม่มีเบื่อเชิญเธอคุยได้อีกยาว ด้วยการพูดคุยกันถึงเรื่องหนังที่พึ่งดูจบไป บางครั้งอาจจะเชื้อเชิญเธอนั่งคุยนั่งกินข้าว หรือรับประทานขนมกันต่อ ใช้เวลาเดี๋ยวนี้ให้คุ้ม มีเหรอผู้หญิงจะไม่ชอบใจในตัวคุณ

นัดเดท หากิจกรรมทำครั้งถัดมา
เดทต่อไปอย่าให้ชะงัก ด้วยการพูดชักชวนคุณ ถึงการเจอกันคราวถัดมาในทันทีทันใดก่อนจะแยกย้ายกัน ยิ่งถ้าหากคุณสามารถใช้เวลาสำหรับในการเดทคราวนี้ทำให้เธอเพลิดเพลินและก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้วนั้น ช่องทางที่เธอจะตอบตกลงนั้น 99.99% เลยเชียวล่ะ คุณอาจจะชักชวนเธอมาดูหนังอีกเรื่อง ในวันต่อๆไปก็ได้ แต่ไม่ว่าจะไปทำอะไรถ้าหากคุณทำให้คุณประทับใจได้สัก 1 ครั้งแล้ว ครั้งไหนๆคุณก็ยินดีที่จะตอบตกลงแน่ๆ ถ้าเกิดคุณเชิญเธออีก

How to ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่บ้านอย่างไรให้บันเทิงใจมากกว่าเดิม

ดูหนังใหม่2020 การ ดูหนังออนไลน์ เป็นความสนุกสนานอีกแบบอย่างหนึ่งในยุคปัจจุบันนี้ ที่นิยมกันมากขึ้น ดูหนังออนไลน์ 2020 การดูหนังในแบบอย่างออนไลน์นี้เป็นการสร้างความสนุกสนานร่าเริงให้กับตัวผู้ชม อีกทั้งยังสร้างความสะดวกสบายทุกคนอีกด้วย เพียงมีโทรศัพท์มือถือเพียงแค่เครื่องเดียวก็สามารถที่จะดูหนังได้แล้ว ในยุคนี้จำเป็นต้องพูดว่าการดูหนังนั้นพัฒนาไปไกลมากสามารถมองได้ทุกหนทุกแห่งไม่ต้องไปซื้อแผ่นไม่ต้องไปโหลดหนังเหมือนแต่ก่อน แค่เพียงกดหาหนังที่อยากจะดูก็สามารถสนุกสนานกับการดูหนังเรื่องโปรดได้เลย วันนี้เราเลยจะมาแชร์ How to ดูหนังออนไลน์อยู่บ้านยังไงให้สนุกมากเพิ่มขึ้น ต้นแบบกล้วยๆที่ใครๆก็กระทำตามได้อย่างง่ายๆ ทดลองทำตามนี้ได้เลยจ๊ะ หนังออนไลน์ แล้วการอยู่บ้านของเราจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

1. ขนมอร่อยๆมากินตอนดูหนังเรื่องโปรด แน่นอนว่าเมื่อมีอะไรดูก็ควรจะมีอะไรถึงปากตกถึงท้องเช่นกัน เพื่อจะได้สนุกสนานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและปากก็จะได้ไม่เหงาหงอยอีกด้วย
2. สร้างบรรยากาศการดูหนังออนไลน์ที่บ้านแบบโรงภาพยนต์ด้วยการเปิดแอร์เย็นๆรวมทั้งทำห้องให้มืดทึบๆเท่านี้ก็ฟินละนะ
3. ดูกันคนจำนวนไม่น้อยชี้แนะว่าให้หาคนนึงที่มีรสนิยมสำหรับในการมองภาพยนตร์ดีๆสักเรื่องนึง รับประกันว่าจะได้ดูหนังแบบบันเทิงใจ
4. มองคนเดียวคงจะบันเทิงใจกว่าแม้กระนั้นถ้าเกิดมองคนไม่ใช่น้อยก็จะมีอารมณ์ด้วยกันมากยิ่งขึ้น แม้กระนั้นหากว่าอยากได้เรื่องที่ควรจะมีสมาธิเสนอแนะให้มองผู้เดียวแต่ว่าหากเน้นของกินก็มองหลายคนจะดีมากยิ่งกว่า
5. เปิดเสียงหนังให้ดังลั่น เพื่อความเพลิดเพลินที่กำลังจะได้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น แต่ว่าแนะนำว่าอย่าดังมากนะเนื่องจากว่าสหายข้างบ้านจะโยนขวดมาใส่หลังคาบ้านเอาได้

ถ้าหากจะให้เอ๋ยถึงการดูหนังในสมัยปัจจุบันนี้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นทำให้คนไปดูในโรงน้อยลงนั้น จริงๆสำหรับการรับชมที่บ้านกับมองในโรงภาพยนตร์นั้นมันต่างกันเป็นอย่างมาก จุดเด่นสำหรับการดูหนังในแบบอย่างออนไลน์ซึ่งก็คือสามารถมองได้ฟรี ไม่ต้องเริ่มเดินทางไปไกล อยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่ใดก็สามารถดูได้ในทันที พูดว่าความรู้สึกสำหรับการมองนั้นมันจะไม่เท่ากับในโรงแน่ๆไม่ว่าจะคือเรื่องของเสียงภาพ หรือเปล่าว่าจะเป็นหนังในละครทีวีคนก็มองลดน้อยลงด้วยเหตุว่าบางทีอาจจะมาจากการที่ไม่มีเวลามอง ก็เลยทำให้ไปดูย้อนหลังในแบบออนไลน์เอา
ถึงแม้ว่าหนังในแบบอย่างออนไลน์จะมีคนนิยมกันมากเพิ่มขึ้น แต่นั่นก็พอเพียงด้วยการที่เวลาสำหรับการไปดูภาพยนตร์ในโรงนั้นมีน้อย ทั้งการดูในแบบอย่างออนไลน์มันสะดวกมากกว่า แต่ว่าก็ใช่ว่าคนจะไม่หันไปมองในโรงหนังเลย เนื่องจากว่าในต้นแบบที่มองในบ้านกับโรงหนังนั้นมันมีบรรยากาศที่ไม่เหมือนกันซึ่งดีทั้งยัง 2 แบบ แต่ว่ามันขึ้นอยู่กับว่าพวกเราถูกใจอรรถรสการรับชมแบบไหนมากยิ่งกว่าต่างหาก

8 แง่คิดดีๆจากหนัง 8 เรื่อง ที่สามารถจะช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้คุณ!

ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังผ่านเน็ต อยู่บ้านกักตัวในขณะนี้ก็สามารถพัฒนาตนเองได้นะ คนจำนวนไม่น้อยบางทีก็อาจจะงงงวยว่าดูหนังแล้วจะพัฒนาตัวได้อย่างไร เคยได้ฟังคำบอกเล่านี้หรือไม่ “ดูหนัง มองละคร แล้วย้อนมาดูตนเอง” เคยทราบกันมาตั้งแต่เด็กเลยใช่ไหมล่ะ ก็จำเป็นต้องยอมรับว่า ในขณะนี้หนังมักจะแทรกสอดคำคม ข้อคิดดีๆเอาไว้จนถึงมีการสะสมคำคมเหล่านั้นไว้มากไม่น้อยเลยทีเดียวหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคำคมในเรื่องความรัก มิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูง สร้างแรงบันดาลใจต่างๆไปจนถึงกระบวนการทำธุรกิจ เนื่องจากว่าภายใต้ความเพลิดเพลินครื้นครึกสนุกนั้น ผู้ผลิตมักจะซ่อนเร้นบทเรียนชีวิตเอาไว้จำนวนไม่ใช่น้อย ไม่แต่เพียงคำคมจากหนังจะช่วยสร้างความประทับใจต่อตัวแสดง หน้าที่ และเรื่องราวในหนังแค่นั้น ยังสามารถช่วยปลุกความเก่งกล้าในตัวคุณให้ลุกขึ้นยืนมาเปลี่ยนแปลงปรับปรุงตนเองได้ดีเทียบเท่าการอ่านหนังสือเชียวล่ะ วันนี้เราได้หยิบยก 8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเองของทุกคน คนใดกันถูกใจคำคมจากหนังเรื่องไหนก็หาหนังประเด็นนั้นมาดูเพิ่มอีกได้นะคะ

1. คำคมจากเรื่อง Bourne Ultimatum : ปิดเกมล่าจารชน คนอันตราย
“Hope for the best but plan for the worst.”
“เมื่อปฏิบัติงานก็ทำให้เหมาะสมที่สุด แม้กระนั้นก็จำต้องเตรียมการสำหรับเหตุการณ์ที่ทรามที่สุด” ในชีวิตจริงก็เหมือนกัน เมื่อพวกเราปฏิบัติงานก็ควรมุ่งหวังและทำออกมาให้ดีที่สุด แต่ก็อย่าลืมคิดแผนสำรองเผื่อเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะได้ตั้งรับถูก

2. คำคมจากเรื่อง Forrest Gump : ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะปัญญานิ่ม
“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.”
“ชีวิตก็ราวกับกล่องช็อกโกแลตหลากรส คุณไม่มีทางทราบเลยว่าคุณจะจับเจอรสอะไร” คำคมที่อุตสาหะใช้คำว่าช็อกโกแลต สื่อถึง “อนาคต” ด้วยเหตุว่าเราไม่รู้ว่า ชีวิตของพวกเราในอนาคตจะเป็นยังไง จะเลือกจับหรือคว้าอะไรได้ เพียงทำวันนี้ให้ดีเยี่ยมที่สุด ตั้งรับอนาคตไม่ว่าจะดีหรือร้าย

3. คำคมจากเรื่อง Slumdog Millionaire : สลัมด็อก มิลเลียนแนร์ คำตอบในที่สุด…อยู่ที่หัวใจ
“Scar is the proof of a healed wound.” จากเรื่อง Slumdog Millionaire
“แผลเป็นเป็นหลักฐานของรอยแผลที่ถูกเยียวยาแล้ว” ความพากเพียรหรือต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆแม้ว่าจะเจ็บบ้างแม้กระนั้นข้อผิดพลาดพวกนั้นจะเป็นบทเรียนที่ดีแล้วก็ทำให้เราแกร่งขึ้น เสมือนแผลที่รักษาหายแล้ว

4. คำคมจากเรื่อง Mean Girls : มีน เกิร์ลส์ ก๊วนสาวซ่าส์ วีนซะไม่มี
“Calling somebody else fat won’t make you any skinnier. Calling someone เว็บดูหนังฟรี stupid doesn’t make you any smarter. And ruining Regina George’s life definitely didn’t make me any ดูหนังhd happier. All you can do in life is try to solve the problem in front of you.”
“เรียกผู้อื่นว่า อ้วน ไม่ได้ทำให้คุณผอมลง การเรียกคนอื่นๆว่า โง่ ก็ไม่ได้ทำให้คุณเฉลี่ยวฉลาดขึ้นเหมือนกัน แล้วการทำลายชีวิตเรจิน่า จอร์จ ก็มิได้ทำให้ท่านมีความสุขมากยิ่งขึ้น แต่ว่าที่ควรทำ คือ จัดแจงปัญหาที่อยู่เบื้องหน้าคุณต่างหาก” ภาพยนตร์สำหรับสาวๆที่นำข้อคิดเตือนใจมาใช้ได้กับทุกคน เพราะเหตุว่าการให้เกียรติผู้อื่น ก็เหมือนการให้เกียรติตัวเอง แล้วก็ยังบอกเราอีกว่า อย่าหนีปัญหา ควรจะลำดับความสำคัญรวมทั้งจัดแจงปัญหาก่อนจะแผ่ขยายไปอันอื่น

5. คำคมจากเรื่อง Tangled : ราพันเซล เจ้าฟ้าหญิงผมยาวกับมิจฉาชีพซ่าจอมแสบ
“Venture outside your comfort zone. The rewards are worth it.”
“ทดลองก้าวออกมาจากโซนไม่มีอันตรายสิ รางวัลมันคุ้มค่าแน่นอน” การลองเสี่ยงออกมาจากคอมฟอร์ทโซน เริ่มก้าวออกมาทำอะไรใหม่ๆอาจทำให้คุณได้พบกับคำตอบ เรื่อง หรือมุมมองที่ดีกว่าเดิมก็เป็นไปได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวไปทำอะไรดีๆผลสรุปก็คุ้มค่าแล้ว

6. คำคมจากเรื่อง Star Wars, The Empire Strikes Back : สตาร์ วอร์ส 2
“Do, or do not. There is no try.”
“ไม่มีคำว่าทดลองหรอก มีเพียงแค่จะทำหรือเปล่าเท่านั้น” คุณครูโยดาผู้จ้ำจี้จ้ำไชดารานำชาย ได้พากเพียรบอกเราว่า การจะทำสิ่งใดให้เสร็จ ไม่ใช่จะแค่ลองๆเลิกๆควรมีความมุ่งมั่น ด้วยเหตุว่าไม่เช่นนั้นก็อย่าทำเลยดีมากยิ่งกว่า

7. คำคมจากเรื่อง Cast Away : คนหลุดโลก
“I know what I have to do now, I’ve got to keep breathing because tomorrow the sun will rise. Who knows what the tide could bring?”
“ฉันทราบดีแล้วล่ะว่าต้องทำอะไร ฉันจะมีลมหายใจถัดไป เนื่องจากวันพรุ่ง ก็ยังมีพระอาทิตย์ขึ้น คนใดจะทราบล่ะว่า คลื่นทะเลบางทีอาจนำอะไรดีๆมาให้” ต้องมีความหวังรวมทั้งมองโลกในแง่ดีอยู่ตลอด เพราะสิ่งนี้จะเป็นกำลังใจให้ท่านทำแล้วก็รอคอยเรื่องราวดีๆ

8. คำคมจากเรื่อง Shrek : เชร็ค
“After a while, you learn to ignore the names people call you and just trust who you are.”
“ครู่หนึ่งหนึ่งล่ะ คุณจะเรียนรู้ที่จะมองข้ามสิ่งที่คนอื่นเรียกคุณ แล้วจะหันมาเชื่อถือในสิ่งที่เราเองเป็นแทน” มีความเชื่อมั่นและมั่นใจรวมทั้งเชื่อมั่นในตนเอง เพราะเหตุว่าสิ่งนี้จะพาคุณไปสู่ความสุขและการบรรลุเป้าหมาย

เป็นอย่างไรกันบ้างขา กับ 8 แง่คิดดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงกระตุ้น จะเห็นได้ว่าหนังแล้วก็ละครดีๆหลายเรื่อง ถ้าหากพวกเราดูดีๆแล้วล่ะก็ นอกจากจะให้ความบันเทิง ก็มีคำกล่าวสอนดีๆให้ผู้ชมอย่างพวกเราเอากลับมาใช้เพื่อสำหรับในการดำรงชีพประจำวัน ยืดเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองได้เช่นกัน

How to ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่บ้านยังไงให้บันเทิงใจมากกว่าเดิม

ดูหนัง netflix การ ดูหนังผ่านเน็ต เป็นความเบิกบานอีกแบบอย่างหนึ่งในช่วงปัจจุบันนี้ ที่นิยมกันเพิ่มมากขึ้น ดูหนังออนไลน์ การดูหนังในต้นแบบออนไลน์นี้เป็นการสร้างความสนุกสนานให้กับตัวผู้ชม ทั้งยังยังสร้างความสบายสบายทุกคนอีกด้วย แค่เพียงมีโทรศัพท์มือถือเพียงแค่เครื่องเดียวก็สามารถที่จะดูหนังได้แล้ว ในยุคนี้จำต้องบอกว่าการดูหนังนั้นปรับปรุงไปไกลมากสามารถดูได้ทุกแห่งไม่ต้องไปซื้อแผ่นไม่ต้องไปโหลดหนังเหมือนแต่ก่อน เพียงแค่กดหาหนังที่ต้องการจะดูก็สามารถสนุกสนานกับการดูหนังเรื่องโปรดได้เลย วันนี้พวกเราเลยจะมาแชร์ How to ดูหนังผ่านเน็ตอยู่บ้านอย่างไรให้สนุกสนานเยอะขึ้นเรื่อยๆ ต้นแบบง่ายๆที่ใครๆก็ประพฤติตามได้อย่างง่ายๆ ลองกระทำตามนี้ได้เลยค่ะ แล้วการอยู่บ้านของพวกเราจะไม่มีเบื่ออีกต่อไป

1. ขนมอร่อยๆมากินตอนดูหนังเรื่องโปรด แน่นอนว่าเมื่อมีอะไรดูก็ควรมีอะไรถึงปากตกถึงท้องเช่นกัน เพื่อที่จะได้สนุกสนานเยอะขึ้นและปากก็จะได้ไม่หงอยเหงาอีกด้วย
2. ดูหนังhd สร้างบรรยากาศการดูหนังออนไลน์ที่บ้านแบบโรงภาพยนต์ด้วยการเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นๆและทำห้องให้มืดทึบๆเพียงเท่านี้ก็ฟินละนะ
3. ดูกันหลายท่านแนะนำว่าให้หาคนนึงที่มีรสนิยมสำหรับการมองภาพยนตร์ดีๆสักเรื่องนึง การันตีว่าจะได้ดูหนังแบบสนุกสนาน
4. ดูคนเดียวคงจะสนุกสนานกว่าแต่หากดูหลายคนก็จะมีอารมณ์ร่วมกันมากขึ้น แต่ถ้าเกิดอยากได้เรื่องที่จะต้องมีสมาธิแนะนำให้มองผู้เดียวแต่ถ้าเน้นของกินก็มองหลายท่านจะดีมากยิ่งกว่า
5. เปิดเสียงหนังให้ดังกระหึ่ม เพื่อความรื่นเริงใจที่กำลังจะได้บันเทิงใจเพิ่มมากขึ้น แม้กระนั้นชี้แนะว่าอย่าดังมากนะเพราะสหายข้างบ้านจะขว้างขวดมาใส่หลังคาบ้านเอาได้

ถ้าจะให้เอ่ยถึงการดูหนังในปัจจุบันนี้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นทำให้คนไปดูในโรงลดลงนั้น จริงๆสำหรับในการรับดูที่บ้านกับดูในโรงภาพยนตร์นั้นมันไม่เหมือนกันอย่างมาก จุดเด่นในการดูหนังในต้นแบบออนไลน์มันก็คือสามารถมองได้ฟรี ไม่ต้องออกเดินทางไปไกล อยู่ที่บ้านหรืออยู่ไหนก็สามารถมองได้โดยทันที พูดว่าความรู้สึกในการมองนั้นมันจะไม่พอๆกับในโรงแน่นอนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสียงภาพ ไหมว่าจะเป็นหนังในละครโทรทัศน์คนก็ดูลดน้อยลงเนื่องจากอาจจะมาจากการที่ไม่มีเวลามอง ก็เลยทำให้ไปดูย้อนไปในแบบออนไลน์เอา
แม้หนังในแบบออนไลน์จะมีคนนิยมกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่นั่นก็เพียงพอด้วยการที่เวลาสำหรับเพื่อการไปดูภาพยนตร์ในโรงนั้นมีน้อย ทั้งยังการดูในต้นแบบออนไลน์มันสะดวกมากกว่า แต่ว่าก็ใช่ว่าคนจะไม่หันไปดูในโรงภาพยนตร์เลย ด้วยเหตุว่าในแบบที่ดูในบ้านกับโรงหนังนั้นมันมีบรรยากาศที่แตกต่างซึ่งดีอีกทั้ง 2 แบบ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราชอบอรรถรสการรับชมแบบไหนมากยิ่งกว่าต่างหาก

มาเข้าครัว ปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ! ด้วยการดูหนังเกี่ยวกับการทำอาหาร

สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้ออกบ้านไปไหน ดูหนังออนไลน์ เราจะขอชวนคุณเข้าครัวกัน เอาล่ะ เปิด เว็บดูหนังออนไลน์ มาดูหนังเกี่ยวกับการทำอาหาร ปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ! กันเถอะ รู้มั้ยว่า การนั่งดูหนังสักเรื่อง บ่อยครั้งนอกจากสร้างความบันเทิงแล้ว หากเป็นหนังที่ว่าด้วย ‘การทำอาหาร’ ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติไหนๆ ก็ตาม ผู้กำกับมักมีวิธีสอดแทรกฉากทำอาหารเหล่านั้นออกมาได้พิถีพิถัน และมันก็สามารถทำให้ท้องผู้ชมร้องอยู่ตลอดเวลาระหว่างการชมได้เหมือนกัน วันนี้เราชวนทุกคนดูหนังออนไลน์อยู่บ้านที่เกี่ยวกับการทำอาหารที่มอบจะความบันเทิงได้เป็นอย่างดี และจะทำให้ท้องร้องได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

1. นายไข่เจียวเสี่ยวตอร์ปิโด (2017)
ผลงานฝีมือคนไทยกับหนังตลกผลงานการกำกับโดย พี่โต๊ะ พันธมิตร ที่ครั้งนี้จับ ก้อง ห้วยไร่ มาลงจอภาพยนตร์ครั้งแรก ปะทะสิงโต นำโชค กับเรื่องไข่ๆ ไอเดียบรรเจิด ที่เอาไข่เจียวอาหารเด็ดของคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกมาเป็นอีกหนึ่งตัวละคร ถ่ายทอดเรื่องราวฟูฟูไปด้วยเสน่ห์ของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในแบบอารมณ์ดีสุดๆ ของมิตรภาพกลุ่มเพื่อนที่มีไข่เจียวเป็นศูนย์กลางกับภารกินดัน “ไข่เจียวไทย” ไปเป็น “ไข่เจียวโลก” เพิ่มรสชาติความสนุก ระเบิดระเบ้อเสียงหัวเราะแบบไม่มีกั๊กด้วย บอล เชิญยิ้ม ระดมเหล่าศิลปินและซูเปอร์สตาร์สุดเซอร์ไพรส์อีกเพียบ รับรองว่าดูเรื่องนี้ได้ทั้งความฮา ความหิว และร้องโอ้โห !

2. เชฟจ๋า : Chef (2014)
ผลงานทุนต่ำของผู้กำกับ จอน เฟฟโร แห่ง Iron Man ที่คราวนี้พาผู้ชมไปสำรวจชีวิตของพ่อครัวแห่งภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส ผู้ที่วันหนึ่งความซวยก็มาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเขาดันไปมีเรื่องกับนักวิจารณ์อาหารคนดัง จนเป็นเหตุให้ถูกไล่ออก เขาจึงตัดสินใจหาลู่ทางในชีวิตใหม่ ผลที่ได้คือการขับรถบรรทุกขายอาหารตระเวนไปรอบๆเมืองเพื่อสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆให้แก่ลูกค้าทั้งหลายที่แวะเวียนมาชิมฝีมือของเขา Chef เป็นเรื่องราวสนุกๆ ชวนประทับใจกับการออกเดินทางเพื่อพาชีวิตออกจากวงจรเดิมๆไปพบเจอสิ่งใหม่ๆแล้ว หนังยังมีฉากทำอาหารที่ชวนน้ำลายไหลแทรกอยู่เป็นระยะๆ

3. อุด้ง : Udon (2006)
แค่ชื่อเรื่องก็คงบอกชัดเจนแล้วว่านี่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับอาหารประเภทเส้นที่เรียกว่า “อูด้ง” โดยนี่เป็นเรื่องราวของหนุ่มหน้าซื่อวัย 31 ปี นามว่า โคสุเกะ ที่หลังจากพบกับความผิดหวังในการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ จนต้องหอบความฝันที่แตกสลายกลับบ้านเกิดในเมืองเล็กๆอันห่างไกล เมืองที่ขึ้นชื่อในการทำอูด้งที่โด่งดังไปทั่วประเทศญี่ปุ่น จากที่เคยมองข้ามอูด้ง แต่ตอนนี้ โคสุเกะ ก็ได้ความคิดใหม่ว่าอูด้งนี่แหละที่จะเป็นตัวเปลี่ยนชีวิตเขาและนั่นนำไปสู่การตะลุยค้นหาร้านอูด้งต่างๆ ตลอดจนการค้นลึกไปถึงทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเมนูอาหารนี้!! หนังไม่เพียงบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางตามหาตัวเองและวิ่งตามความฝันที่เรียบง่าย แต่ชวนให้ติดตาม แต่ทุกๆเมนูอูด้งที่โคสุเกะและเหล่าเพื่อนตระเวนไปลิ้มลองนั้นช่างเป็นภาพที่ยั่วการทำงานของกระเพาะอาหารอย่างที่สุด จนคุณต้องออกไปตามหาอูด้งมาทานบ้างทันทีที่ดูจบ

4. ระ-ทะ-ทู-อี่ พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก : Ratatouille (2007)
“ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” หนึ่งในข้อคิดอันยิ่งใหญ่จากแอนิเมชั่นยอดฮิต ฝีมือการกำกับของ แบรด เบิร์ด ชิ้นนี้ เรื่องราวของ เรมี่ หนูซึ่งอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส ผู้ใส่ใจในเรื่องของอาหารการกิน จนกลายเป็นหนูที่แปลกกว่าหนูตัวไหนๆ ในกลุ่ม แต่วันหนึ่งเมื่อเขาพลัดพรากจากครอบครัว โดยมีแค่หนังสือทำอาหารของ กุสโตว์ เชฟมือทองของฝรั่งเศส ผู้มีร้านอาหารชื่อกุสโตว์อยู่ในปารีส ซึ่งหลังเดินทางยาวนาน เรมี่ก็มาถึงร้านอาหารที่เขาฝันถึงจนได้ ที่นี่เขาได้เจอกับมนุษย์หนุ่มชื่อ ลินกวินี่ ที่เพิ่งเข้ามาช่วยงานในครัวของร้านอาหารดังแห่งนี้ การเจอกันระหว่าง เรมี่ กับ ลินกวินี่ ที่เริ่มต้นด้วยความตื่นตกใจ และมาพร้อมๆกับความลับของมนุษย์กับเชฟหนูที่กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาสู่โลกทั้งใบ

5. บิ๊กกุ๊กศึกโลกันตร์ : Le Grand Chef (2007)
นี่ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่คือสงครามระหว่างสุดยอดพ่อครัวแห่งเกาหลี! เรื่องของของ 2 พ่อครัวนาม ซองซัน และ บองจู ที่ต้องมาแข่งทำอาหารชิงตำแหน่งสุดยอดพ่อครัว ซึ่งในอดีต ซองซัน เคยต้องพ่ายแพ้ให้กับ บองจู มาแล้ว แต่การแข่งขันครั้งใหม่นี้ นอกจากตำแหน่งอันสูงสุดของคนทำอาหารแล้ว ยังเป็นการพิสูจนว่าใครจะเป็นผู้เหมาะสมที่แท้จริงในการครอบครองมีดทำครัวโบราณ สมบัติล้ำค่าแห่งเกาหลีอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจของ Le Grand Chef นอกจากส่วนผสมของความตลกและดราม่าที่ลงตัวแล้ว ฉากการทำอาหารทั้งหลายในการแข่งขันแต่ละรอบ ที่ตัวละครเอกต้องทำตามโจทย์ก็ล้วนทำให้ผู้ชมต้องลุ้นไปพร้อมๆกับความหิวที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น รวมถึงการออกตามหาสุดยอดเครื่องมือประกอบอาหารในตำนานอย่าง ถ่านไม้ สำหรับใช้ย่างอาหารในการแข่งขันรอบสำคัญที่ต้องลุ้นกันว่าใครจะเป็นผู้ตามหาได้เจอก่อนกัน

6. ปรุงชีวิต ลิขิตฝัน : The Hundred-Foot Journey (2014)
ตัวละครต่างๆในเรื่องนี้ ล้วนมีเส้นเรื่องแยกย่อยเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่นำทุกคนมารวมกันก็คือ “อาหาร” สำหรับ The Hundred-Foot Journey นั้นพาเราไปสำรวจในประเด็นที่ว่าอาหารเป็นมากกว่าความใส่ใจ แต่คือตัวบอกวัฒนธรรมที่น่าอัศจรรย์ ทั้งยังเป็นเรื่องของความทรงจำ ความรัก และความรู้สึก หนังเล่าถึงความขัดแย้งและการแข่งขันกันระหว่างร้านอาหารฝรั่งเศส และร้านอาหารอินเดียที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน แถมเรื่องก็วุ่นเข้าไปอีก เมื่อฮัสซานลูกชายฝั่งร้านอาหารอินเดีย เกิดปิ๊งกับ มาร์การีต ผู้ช่วยเชฟ ของฝั่งร้านอาหารฝรั่งเศส ท่ามกลางเรื่องรักๆแล้ว ฉากการทำอาหารจากเมนูสองสัญชาติก็ช่างถูกถ่ายทอดออกมาได้ชวนหิวเสียเหลือเกิน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ไอเดียแต่งบ้านงามปัง จากหนังดังเรื่องโปรด! TO INSPIRE YOUR HOME

ผู้ใดกันจะมีความคิดว่า ดูหนังออนไลน์ เรื่องโปรดก็สามารถดียอดไอเดียการตกแต่งบ้านได้ ! หลายหนที่พวกเราดูหนังจะมองเห็นได้ว่ามีหลายๆเรื่องเลยที่จัดแต่งฉากตามส่วนต่างๆในบ้านได้สวยอย่างมากมาย งามน่าอยู่จนกระทั่งผู้ชมแบบพวกเราต้องการจะมีบ้านแบบในหนังอยู่กันเลยล่ะ วันนี้พวกเราเลยจะมาเสนอแนะหนังเรื่องดังเรื่องสนุกที่คุณดูแล้วจำเป็นจะต้องร้องว้าว! ไปกับความงามของการจัดแจงสถานที่ถ่ายทำ ยืนยันว่าดูแล้วหลายคนกระจับปิ้งไอเดียการแต่งบ้านตามหนังประเด็นนี้กันเลยล่ะ

1. มารู้จะหนังเรื่อง ล่าผ่านโลกอนาคต (TRON Legacy)
ถ้าหากจะเอ่ยถึงหนัง Sci-fi ออกแบบยอดเยี่ยมสักเรื่อง การันตีว่าหนังหัวข้อนี้อยู่ในลิสต์แน่ๆ TRON: Legacy ภาคต่อของ TRON (1982) หนังไซ-ไฟที่มีชื่อเสียง และก็มีอิทธิพลจากตอนปี 80 ในสมัยนั้น เกิดเรื่องราวของแซม ฟลินน์ ลูกชายของเควิน ฟลินน์ผู้แสดงนำจากภาคก่อนที่จะถูกดูดเข้าไปในจักรวาลดิจิตัล และก็ได้เจอกับบิดาที่ล่องหนไปกว่า 20 ปี ข้างในโลกไซเบอร์นี้เองที่ทำให้พวกเราจะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับฉากที่วางแบบให้เหมาะสมมนุษย์ในโลกดิจิตัล ประสมประสานความร่วมยุคกับความทันสมัยที่อนาคต โดยเฉพาะบ้านที่เควิน ฟลินน์ผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นที่กำบังภัย ความคลาสสิกสไตล์ทรอนสะท้อนความจำของฟลินน์เกี่ยวกับความสวยในโลกเรื่องจริงของคนเราที่เขานึกถึง ท่ามกลางสเปซที่สงบสุขุมภายใต้บรรยากาศมัว ข้าวของทุกสิ่งทุกอย่างล้วนดูเหมือนกับว่าเรืองแสงในตนเอง ส่วนทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ผิวสัมผัสแวววาวก็เป็นการสื่อถึงความสวยงามในลักษณะของวิทยาศาสตร์ มองไม่ตรงกันกับฝาผนังหินหยาบคายสกัดด้วยมือ แถมด้วยคอลเล็คชั่นเครื่องเรือนในตำนาน สะท้อนรสนิยมชั้นยอดได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งผองมองประหลาดตาในบรรยากาศสุดล้ำ ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าส่วนประกอบกลุ่มนี้ช่วยสร้างแรงผลักดันให้พวกเราต้องการยืมมาใช้แปลงโฉมบ้านบ้างไม่มากมายก็น้อย แล้วคุณละเห็นด้วยไหม

2. ฉากงานสถาปัตยกรรมที่สุดยอดจากผู้กำกับคนเก่ง Joseph Kosinski
จากนิยายของผู้เขียนคนอเมริกัน Brian Daley ทรอนเปลี่ยนเป็นหนึ่งในหนังที่นักวิพากษ์วิจารณ์บอกคำจำกัดความว่า “Cult Film” ซึ่งเป็นที่ชอบใจกระทั่งกำเนิดวัฒนธรรมเฉพาะกรุ๊ปขึ้นมา กระทั่งถึงภาคปัจจุบันในปี 2010 ถึงแม้ตัวหนังจะทำเงินได้ไม่มากมายสักเท่าไหร่ แต่ว่าก็สร้างอิมแพคให้กับวงการแฟชั่น ดนตรี งานออกแบบ ไปจนกระทั่งภาคเทคโนโลยี ซึ่งตอบรับการปรากฏที่ไลฟ์สไตล์นี้อย่างทั่วถึง
เบื้องหน้าเบื้องหลังความวิจิตรตระการตาของหนังหัวข้อนี้ คงจะเป็นผู้ใดกันแน่ไปมิได้นอกเหนือจากผู้กำกับคนเก่ง Joseph Kosinski ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้าของบริษัททำเว็บไซต์ แล้วก็ชำนาญสำหรับในการดูแลหนังโปรโมทมาก่อน แต่ว่าก็ได้รับความเชื่อใจจากวอวอลต์ดิสนีย์ให้สร้าง TRON ภาคใหม่ภายใต้ทุนสร้างมากถึง 170 ล้านเหรียญ รวมทั้งด้วยดีกรีด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียของเขาประสานกับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากกลุ่มคนเขียนแบบ แล้วก็ดีไซน์เนอร์นอกแวดวงภาพยนตร์ พวกเราก็เลยได้มองเห็นฉากงานสถาปัตยกรรม การตกแต่งด้านใน ไปจนกระทั่งยานพาหนะสุดแจ๋วที่ได้รับการตีความหมายออกมาในภาษาของงานออกแบบสุดล้ำอนาคตสไตล์ทรอน

3. ไอเดียวการตกแต่งจากหนังให้ความรู้ความเข้าใจสึกถึงโลกอนาคตที่นำสมัย
ถึงแม้สไตล์ย้อนยุคจะน่าคลั่งไคล้ แต่ว่าออกแบบของโลกอนาคตก็แจ๋วจริงๆ Futuristicหมายถึงสไตล์การออกแบบที่พวกเรามั่นใจว่าจะเป็นแบบวิถีชีวิตที่อนาคต ย้ำการใช้แบบที่สื่อถึงความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี หรือความทันสมัยที่มนุษย์ใฝ่ฝันแม้กระนั้นยังเอื้อมไม่ถึงในห้วงอวกาศที่ดำสนิทหรือกาแล็กซี่อันไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งที่มองไม่นิมัลท่ามกลางสเปซที่เวิ้งว้าง แม้กระนั้นน่าตื่นเต้นด้วยเส้นโฉบเฉี่ยวลื่นไหล รวมทั้งวัตถุเรืองแสงที่ได้แรงจูงใจมาจากยานอวกาศ สร้างสเปซล้ำๆของคุณเองได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวที่เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น สิ่งของกรุผิวสีขาวแผ่นเรียบแบบไฮมายากลอส หรือกระจกฝ้าฝังไฟข้างหลังเพื่อมองเรืองแสง เพิ่มเนื้อหาด้วยเส้นสีเงินเงา เน้นย้ำสเปซให้สะดุดตาด้วยสีดำของหินธรรมชาติที่มีผิวสัมผัสแข็งกระด้าง เพิ่มเติมเนื้อหาที่เพิ่มกลิ่นความเป็นบ้านด้วยของตกแต่ง แล้วก็เครื่องเรือนสีเงินวับๆหรือคริสตัล ร่วมด้วยส่วนประกอบที่ตัดทอนจนถึงมองร่วมยุคขึ้น อย่างขนคิ้วบัวหรือเครื่องเรือนสไตล์คลาสสิกที่ทำมาจากอะคริลิกใส

เป็นอย่างไรกันบ้างดูหนังจบแล้วยังได้ความคิดดีๆอีก การดูหนังให้คุณประโยชน์มากยิ่งกว่าที่คุณคิด ใช่มั้ยล่ะ ดูหนังเพื่อความสนุกสนานกันแล้ว แถมยังรู้เรื่องคิดดีๆเป็นแถวทางในการผลิตสรรค์ความสวยให้กับที่พักที่อาศัยได้อีกมีแม้กระนั้นคุ้มกับคุ้มจริงๆเลย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

อยากรวย? ต้องดูหนังการเงิน การเล่นหุ้น แม้ไม่ใช่นักลงทุนก็ดูได้

ใครอยากเป็นเศรษฐี ดูหนังออนไลน์ ฉันน่ะสิ ๆ…ต้องเปิด เว็บดูหนังออนไลน์ เลยจ้า ใช้เวลาช่วงกักตัวอยู่บ้านศึกษาแนวทางการทำเงินจากการดูหนังออนไลน์ เกี่ยวกับการเงิน การลงทุน ความลับทางการเงินที่มหาเศรษฐีหลายคนไม่เคยบอกใคร! แต่ในหนังพวกนี้กลับมีเคล็ดไม่ลับเด็ดๆหลายอย่างเลย หรือแม้กระทั่งการเอาตัวรอดจากวิกฤตทางการเงิน แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงหนังที่เกี่ยวกับการเงิน การลงทุน หลายๆคน มักจะมองว่าต้องหนังที่น่าเบื่อมีแต่ตัวเลข และตารางหุ้นยั้วเยี้ยเต็มไปหมด แต่อันที่จริงแล้วหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเงิน การลงทุน ไม่ได้เป็นอย่างคิดที่คิดซะทีเดียว เพราะหากคุณได้ดูหนังทั้ง 7 เรื่องที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องเปลี่ยนความคิดอย่างแน่นอน แม้คุณจะไม่ใช่นักลงทุนก็ตาม

1. Margin Call (เงินเดือด)
หากใครได้ดูเรื่อง Margin Call รับรองได้เลยว่า คุณจะเสมือนหลุดอยู่ในช่วงเหตุการณ์วิกฤต แฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger Crisis) และ วิกฤตของโควิด 19 ในตอนนี้ด้วย หนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากวิกฤตการเงินมาเต็มๆ โดยเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อบริษัทการเงินแห่งหนึ่งปรับโครงสร้างขององค์กรด้วยการลดจำนวนพนักงานลง และหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทับครั้งนี้ก็คือ Eric Dale (แสดงโดย Stanley Tucci) หัวหน้าทีมบริหารความเสี่ยงขององค์กร ซึ่งก่อนที่เขาจะออกนั้น ได้มอบหมายงานที่เขาทำค้างไว้ให้กับลูกน้องในทีม Peter Sullivan (แสดงโดย Zachary Quinto) พร้อมกับเตือนให้ระวังภัยที่จะถึง ตรงนี้เองถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนในองค์กรต้องเผชิญ และต้องแก้ไขปัญหาภายใน 24 ชม.หลัง Peter ค้นพบอะไรบางอย่างในโปรเจคงานที่ Eric Dale มอบหมายให้ทำ

2. Equity (เล่ห์ลึก หุ้น เงินตรา)
น่าสนใจไม่น้อยสำหรับหนังเรื่อง Equity กับการดำเนินเรื่องด้วยนักแสดงหญิงจากซีรีส์เรื่องดังอย่าง Breaking Bad สำหรับ Anna Gunn โดยในหนังเธอรับบทเป็น Naomi Bishop ที่ปรึกษาทางการเงินระดับอาวุโสที่มีชื่อเสียงจนได้รับการยกย่องในสายอาชีพ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเธอถูกคุกคามด้วยเรื่องอื้อฉาวทางการเงินจากผู้ไม่หวังดี ซึ่งเธอจะสามารถหาวิธีแก้ไขและคลี่คลายเรื่องที่เกิดขึ้นได้หรือไม่นั้นต้องตามมาร่วมกันลุ้นต่อในหนังเรื่องนี้

3. Wall Street (หุ้นมหาโหด)
เรียกได้ว่าเป็นหนังการเงิน การลงทุนชั้นครูก็ว่าได้สำหรับ Wall Street ในภาคแรก ที่นำแสดงโดย Michael Douglas รับบทเป็น Gordon Gekko เจ้าพ่อตลาดหุ้น เจ้าของวลี “Greed is Good” (โลภนั่นแหละดี) และ Charlie Sheen รับบทเป็น Bud Fox โบรกเกอร์หนุ่มไฟแรงที่มีความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ Bud ได้เข้าไปพบกับ Gekko เพื่อเสนอหุ้นและข้อมูลวงใน จนทำให้เขาได้กลายเป็นผู้ดูแลพอร์ตหุ้นให้กับ Gekko ในที่สุด ซึ่งในขณะเดียวกันเขาก็ตกเป็นเครื่องมือของเจ้าพ่อตลาดหุ้นไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งตลอดทั้งเรื่องคุณจะได้เห็นการชิงไหวชิงพริบของตัวละคร และการเทรดหุ้นที่ชวนเร้าใจตลอดทั้งเรื่อง

4. Wolf of Wall Street (คนจะรวย ช่วยไม่ได้)
จากผลงานของผู้กำกับมากฝีมือ Martin Scorsese (ผู้กำกับเรื่อง Taxi Driver, The Aviator, Shutter Island) และได้นักแสดงนำชายเจ้าบทบาทอย่าง Leonardo DiCaprio พร้อมด้วยเหล่าสตาร์คับคั่ง ทั้ง Margot Robbie ,Matthew McConaughey โดยหนังเรื่องนี้จะพาคุณดำดิ่งไปกับชีวิตของ Jordan Belfort โบรกเกอร์หนุ่มที่ทำกำไรในตลาดหุ้น Wallstreet ได้อย่างมหาศาล ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงด้วยการที่เขาผลาญเงินไปกับอบายมุข และถูกแบนจากตลาดหุ้นตลอดชีวิตในที่สุด ซึ่งข้อดีที่คุณจะได้รับจากหนังเรื่องนี้มีอยู่มากเลยทีเดียวที่ต้องติดตาม

5. The Big Short (เกมฉวย โอกาสรวย)
ใครที่ชอบลงทุนในอนุพันธ์หรืออสังหาริมทรัพย์ คงต้องถูกใจกับหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะนอกจากคุณจะได้เห็นฝีไม้ลายมือของเหล่านักแสดงมากฝีมืออย่าง Christian Bale, Steve Carell, Ryan Gosling และ Brad Pitt หนังเรื่องนี้จะพาคุณย้อนเหตุการณ์ไปในช่วงวิกฤตการเงินของสหรัฐอเมริกา ปี 2007-2008 ที่เกิดฟองสบู่สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ขึ้น โดยหนังจะถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 4 ตัวละครซุปตาร์อย่างเข้มข้น และไม่ต้องกังวลว่าจะดูหนังเรื่องนี้แล้วจะไม่เก็ตกับศัพท์การลงทุนต่างๆ เพราะใน Big Short มีการอธิบายในรูปแบบที่ชวนว้าว สลับกับเนื้อหาหลักได้อย่างแนนเนียนตลอดทั้งเรื่อง

6. The Founder (อยากรวยต้องเหนือเกม)
ถ้าพูดถึงอาหารฟาสต์ฟู๊ด คงไม่มีใครไม่รู้จักร้าน McDonald อย่างแน่นอน และคุณจะได้รู้จักร้านอาหารนี้มากขึ้นผ่านหนังเรื่อง The Founder ที่จะอธิบายอย่างหมดเปลือกไม่มีหมกเม็ด ตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งร้านจากสองพี่น้อง Mac และ Dick จนมาถึงวันที่ร้านไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อ Ray Kroc (แสดงโดย Michael Keaton) เซลล์แมนเล็งเห็นถึงโอกาสทำกำไรของร้าน จึงไม่รอช้าที่จะเจรจาขอมีส่วนร่วมกิจการ ซึ่งถ้าใครได้ดูหนังจนจบแล้วรับรองได้เลยว่า คุณจะได้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่งของธุรกิจอาหารจานด่วนร้านนี้แตกต่างไปอย่างแน่นอน

7. The Billionaire Boys Club (รวมพลรวยอัจฉริยะ)
เป็นหนังอีกเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริง และเป็นการรวมก๊วนนักแสดงวัยรุ่นมากฝีมือไว้มากมายเรื่องหนึ่งสำหรับ The Billionaire Boys Club นำแสดงโดย Ansel Elgort (จาก Baby Driver,The Fault in Our Stars) Taron Egerton (จาก Kingsman ภาค 1-2) Jeremy Irvine (จาก War Horse) และ Emma Roberts (จาก Nerve) ถึงแม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณาในเชิงลบ และปัญหานักแสดงหลัก Kevin Spacey ที่มีคดีอื้อฉาวก่อนหนังฉาย แต่เนื้อหาในหนังเรื่องนี้ ก็ยังมีข้อคิดเกี่ยวกับการลงทุนให้คุณได้เรียนรู้ไว้เป็นบทเรียน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อล่วงเลยความทุกข์ใจที่ช่วง

คนไหนกันแน่กำลังหา ดูหนังออนไลน์ ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในตอนกักบริเวณจากเชื้อไวรัสวัววิดอย่างงี้ ต้องตามมาทางนี้ ด้วยเหตุว่าพวกเราจะมาเชิญชวนทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต หลายท่านบางครั้งอาจจะเคยได้ฟังคำพูดสำนักงานดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของพวกเราสะอาดขึ้น ด้วยเหตุนี้ หลายๆครั้งการศึกษาถึงแนวทางของการแก้ไขปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในหนังมาดัดแปลงกับตนเองได้ แล้วก็ในในที่สุด หากแม้เวลาแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องบางครั้งก็อาจจะช่วยเหลืออะไรพวกเรามิได้ก็ตาม แต่ว่าขั้นต่ำพวกเราก็มั่นใจว่าช่วงของหนังที่มีประเด็นด้านบวกสักหัวข้อนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนกระทั่งตอนสุดท้าย จิตใจของพวกเรากำลังถูกปลอบโยนทีละน้อยไปในตัว อย่างแน่แท้

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาตินั้นอาจไม่มีผู้ใดเอาจริงเอาจังเท่าอีกแล้ว โน่นเป็นการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว และก็ข้อคิดเตือนใจสำคัญของหนังหัวข้อนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทั้งหมดทุกอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกๆอย่างจะบกพร่องจนกระทั่งคุณกล่าวว่า นี่แหละ นี่เป็นตอนจบของฉัน ขึ้นกับว่าคุณจะยอมหรือจะลุกขึ้นยืนสู้ คุณเพียงแค่เริ่ม คิดคำนวณ ไขปัญหาแรกให้ได้ และก็หลังจากนั้นจึงค่อยแก้ไขปัญหาถัดไป และก็ถัดไป เมื่อคุณไขปัญหาได้มากเพียงพอ ท้ายที่สุดคุณจะได้กลับไปอยู่บ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความเหงาในใจของ ฮิโรโกะ วาตาที่นาเบะ รวมทั้งความเจ็บนั้นก็ถูกแก้ไขโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่คุณทดลองเขียนถึงผัวของตนเองที่พึ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ สตรีที่ชื่อและก็ชื่อสกุลเช่นเดียวกับชายคู่รักของคุณโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งคู่ที่เค้าหน้าแบบเดียวกันเช่นเดียวกันกับแฝดได้มาพบกัน ความลับในอดีตกาลที่หลบซ่อนอยู่ด้านในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ข้างชายเคยเรียนก็เบาๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้เจอกับการก้าวผ่านความเจ็บของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็เจอกับความอบอุ่นในชีวิตราวกับแสงตะวันจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนบิดาสอนไว้
ภาพยนตร์ชี้แจงชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้จะต้องฝ่าฟันขวากหนามเยอะมากที่ต่างมารุมกระตุ้นเขาจนกระทั่งกับจำต้องไปดำเนินชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นราวกับความสำราญเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่จะสิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะโศกสลดแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าแม้พวกเรามองหาความสำราญที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นราวกับแสงสว่างดวงจันทร์กลมโตที่ทำให้ท่านอบอุ่นในช่วงเวลาค่ำคืนอันมืดมากอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบคุณ…ให้ไม่ลืมเลือน
หากพวกเราลืมความเจ็บได้ คงดีไม่น้อย แม้กระนั้นในชีวิตจริงไม่มีผู้ใดลืมได้จริง ต่อให้ โจเอล บาริช ชายที่ลบความจำที่มีด้วยกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ถ้าว่าเมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าความจำนั้น ทำให้เขาได้ทำความเข้าใจถึงความหมายของชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา รวมทั้งความเจ็บไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความเกี่ยวเนื่อง แถมยังสามารถทำให้ทั้งสองแก้ไขกันและกัน และก็เติบโตในความเกี่ยวเนื่องถัดไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม ผู้ชายผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นโรคมะเร็งก็เลยไม่มีซึ่งแรงกระตุ้นอะไรก็แล้วแต่สำหรับในการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ เพื่อนซี้คู่กาย เริ่มเชื้อเชิญเขาไปทำอะไรบันเทิงใจๆมุทะลุสารพัน ก่อนที่จะโน่นจะแปลงเป็นแง่คิดสำคัญว่า ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์เราเกิดขึ้นมากาลครั้งหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเศร้าใจไปเพราะเหตุไร การออกไปดำเนินชีวิตให้สนุกสนานสุดฤทธิ์สุดเดชตามใจฉัน อาจคือคำว่าชีวิตได้ดียิ่งไปกว่าการนั่งถอนใจรอคอยความตายอย่างไม่ต้องสงสัย

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้
เพราะเหตุว่าบางเวลาคุณอาจจะไม่สบายใจอยู่ เพียงแค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงเท่านั้น ภาพยนตร์ประเด็นนี้ก็เลยเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไม่มีเสียงซึ่งแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งนี่เป็นเรื่องราวของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้ ชายหนุ่มบุคลากรสำนักงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่จะเขาจะได้โอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว หงอยเหงา รวมทั้งเงียบมาก จนตราบเท่าเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าตามที่เป็นจริงแล้วสิ่งที่เขาเคยมีความรู้สึกว่าพึงพอใจ กลับกลายความทุกข์ทรมานที่เขาก้มตัวยอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักคุณหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองวัยรุ่น โนอาห์รวมทั้งอัลลี ที่ได้หลงรักกันอย่างหมดหัวใจ กลับจำเป็นต้องถูกใจแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นปัญหาที่สำคัญต่อความรัก กระทั่งทำให้ทั้งคู่จำเป็นต้องแยกจากกัน ก่อนที่จะถัดมาทั้งสองได้กลับมาเจอะกันอีกรอบ ภาพยนตร์ประเด็นนี้ได้บอกให้พวกเรารู้เรื่องว่า ท้ายที่สุดแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลทดแทน เป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความทุกข์ใจที่คลุมเครือ ซึ่งผู้คนจำนวนมากมักเรียกว่า ‘ความมุ่งมาด’ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยปั่นป่วนหัวใจปึ้ก
นี่คงจะเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ใจสะดุดใจรวมทั้งสะดุดตาพวกเราสูงที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กวัยรุ่นประหม่าที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้เจอกับแซมแล้วก็แพทริก สหายกรุ๊ปแรกในชีวิตที่รอช่วยเหลือเขา ทำให้มีอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่เบิกบานใจอีกที เด็กวัยรุ่นทั้งหลายแหล่ทำให้พวกเราทราบดีว่า ไม่ว่าใครจะพบกับปัญหาที่ปวดแบบไหน แม้มีใครซักคนรอฟังรวมทั้งอยู่ดูแลจิตใจตอนที่ท้อใจ เป็นลู่ทางหลักที่ไม่ต้องนั่งจัดการกับปัญหาเพียงผู้เดียวให้ทรมาทรกรรมจนถึงเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เพราะเหตุว่ารัก เป็นเพลงรัก
หนังประเด็นนี้แสดงถึงภาพของคนวัยหนุ่มวัยสาวในปัจจุบันที่กำลังเจอกับฟุตบาทในชีวิตที่ส่องสว่างเสมือนแสงสว่างของดวงสาว เพียงดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงสว่างเบาๆริบรี่ลงเพราะเหตุว่าเรื่องของความข้องเกี่ยว แล้วก็ผู้ชายวัยกลางคนซึ่งไม่มีความต่างกับดาวฤกษ์ที่แสงสว่างในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาพบกันก็เลยแปลงเป็นแรงที่อุดหนุนกันรวมทั้งช่วยทำให้แสงสว่างที่ชีวิตของแต่ละข้างกลับมาส่องแสงได้อีกที หากแม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆต้องใจอย่าง Lost Stars แม้กระนั้นเพลงที่ทำให้พวกเราปล่อยวางในเรื่องของความเกี่ยวเนื่องได้ก็คือ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) น่าพิศวงอารมณ์ชุลมุน
ศึกษา สารภาพ เติบโต พวกเรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ หากว่าพื้นฐานจะมองเหมาะสมกับเด็กๆในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรู้ทันแล้วก็จัดแจงกับอารมณ์ตนเอง แต่ว่าสำหรับคนแก่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แต่ว่าสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์เศร้าหมอง หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดลนลานได้ ภาพยนตร์หัวข้อนี้มิได้สอน แม้กระนั้นดึงแล้วก็คาดคั้นประสบการณ์ร่วม ก่อนที่จะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ปฏิบัติหน้าที่คัดเลือกกรองรวมทั้งตีความหมายอีกรอบ

11. Anomalisa (2016) ‘บุคคลอื่น’ ที่ไม่เหมือนกันแบบเดียวกัน
มนุษย์เป็นอย่างไร ความเจ็บเป็นอย่างไร การมีชีวิตเป็นยังไง และก็เวลาพวกเรามีจำกัด โน่นเป็นสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากแบบอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ที่ชักชวนให้พวกเราติดตามตัวนำอย่าง ไมเคิล สโตน ที่พบกับวิกฤตกลางคนไปจนกระทั่งจบ เพศชายที่พากเพียรดิ้นรนสืบหาความสบายภายใต้หน้ากาก พวกเราตามติดว่าในที่สุดแล้วเขาจะพบกับความสบายที่เรียกว่าอะไร ความรัก งานการ หรือครอบครัว พวกเราไม่บอก แต่ว่าเพียงแค่รู้ดีว่าการไม่หลอกตัวเองรวมทั้งเห็นด้วยให้ได้อาจเป็นยารักษาดวงใจที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

5G คืออะไร ส่งผลดีกับการดูหนังบนเว็บดูหนังออนไลน์ ยังไง?

ดูหนังออนไลน์ การดูหนังจาก เว็บดูหนังออนไลน์ ในช่วงก่อนๆ หลายคนคงประสบปัญหา หนังไม่โหลด เน็ตค้างบ้าง ดูๆ อยู่หนังสะดุดบ้าง หน้าเว็บค้างบ้าง หรือบางครั้งก็หายไปทั้งเว็บทั้งเน็ตซะดื้อๆอย่างนั้น โถเวรกรรม! กว่าจะดูหนังออนไลน์จบแต่ละเรื่องเล่นเอาอารมรณ์เสียไปเลย แต่ในยุคปัจจุบันนี้ปัญหาเหล่านั้นกำลังจะหมดไป ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ที่เรียกว่า 5G นั้นเอง ช่วงนี้เราอาจจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับ 5G และเราคงได้แต่คาดว่า 5G นั้นจะต้องดีกว่า 4G แน่ๆ เพราะมากกว่า 5 มากกว่า 4 เรามาทำความรู้จักกันดีกว่าว่า 5G มันคืออะไร จะแก้ไขปัญหาได้มั้ย และส่งผลดียังไงกับการดูหนังบนเว็บหนังออนไลน์ ?

ก่อนที่จะไปถึง 5G เรามาเริ่มทำความรู้จักแต่ละ G (Generation) กันก่อน
– ยุค 1G ยุคนั้นเป็นยุคที่เราคุยกันผ่านเสียงผ่านมือถือระบบอนาล็อก
– ยุค 2G เราสามารถส่งข้อความ MMS หากันได้
– ยุค 3G เราเชื่อมต่อและใช้งานอินเทอร์เน็ต เพื่อส่งข้อมูลผ่านมือถือได้ด้วยความเร็วระหว่าง 20kbps- 42.2Mbps
– ยุค 4G เราสามารถดูภาพเสียง หรือหนังออนไลน์ได้ที่ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 100 Mbps(4G LTE), 150 Mbps (4G LTE Cat.4) และ 1,000 Mbps (4G LTE Advanced)
– ยุค 5G (Generation 5) เรียกได้ว่าเป็น รุ่นที่ 5 ของการสื่อสารที่อนาคตจะไม่ใช่แค่โทรศัพท์มือถือแล้ว แต่จะรวมถึงอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT) ซึ่งหากเราเข้าสู่ยุค

5G จะส่งผลให้กิจกรรมทางออนไลน์เร็วแรงขึ้นมาก
5G จะดาวน์โหลดวีดีโอออนไลน์ ดูหนังจากเว็บหนังออนไลน์ หรือโหลดแอปฯ ได้เร็วถึง 10,000 Mbps ถ้าใช้ 4G ดูวิดีโอออนไลน์ (ขนาด 8K) หรือดาวน์โหลดหนังต้องรอ 6 นาที แต่ถ้ามี 5G ใช้เวลาแค่ 6 วินาที! โอ้วววว.. เร็วมาก ต่อไปนี้ ถ้าเราดูหนังที่มีความยาวหลายชั่วโมงหนังของเราก็จะไม่สะดุดอีกต่อไป คอหนังถูกใจสิ่งนี้

5G เหนือกว่า 4G อย่างไร?
การตอบสนองไวกว่า ถ้าเราใช้ 4G สั่งงานควบคุมสิ่งต่างๆได้เร็วที่ 20 – 30 ms (Milli-second 1:1,000 วินาที) แต่ถ้าใช้ 5G การสั่งงานเพื่อควบคุมอุปกรณ์ที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้เร็วขึ้น 10 เท่า
การรับส่งข้อมูลได้มากกว่า 4G โดย 4G จะรับส่งข้อมูลต่อเดือนได้แค่ 7.2 Exabytes แต่ 5G จะทำให้เรารับส่งข้อมูลได้เพิ่มขึ้น 7 เท่า คือ 50 Exabytes ต่อเดือน
5G มีความถี่สำหรับใช้งานมากกว่า เราจึงสามารถใช้งานคลื่นความถี่ได้ถึง 30GHz
5G รับรองจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้มากกว่า โดยที่ 4G สามารถรองรับผู้ใช้งานได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. แต่ 5G จะรองรับผู้ใช้งานได้ถึง 10 เท่า / 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.
ถ่ายโอนข้อมูลต่อวินาทีได้ปริมาณมากกว่า 4G โดย 4G นั้นโอนข้อมูลได้เพียง 1 GB ต่อวินาที แต่ 5G จะทำได้ถึง 20 GB ต่อวินาที หรือ 20 เท่าของ 4G

5G ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร?
แน่นอนว่าในยุค 5G จะทำให้เราดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เปิดเว็บไซต์บนมือถือได้เร็ว ไม่มีสะดุด แม้แต่วีดีโอที่มีความละเอียดสูงๆ แต่ประโยชน์ของ 5G มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เนื่องจากว่าในอนาคต โลกจะก้าวสู่เทคโนโลยี IoT จะได้เห็นการทำงานของอุปกรณ์ที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตที่ไม่ไช่เพียงแค่สมาร์ทโฟน อุปกรณ์ที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตผ่าน 5G ก็จะส่งข้อมูลหากันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์ไร้คนขับ (Driverless Car) ที่ในอนาคตจะสามารถโต้ตอบกับรถอีกคัน และถนน (Smart Road) ผ่านเซนเซอร์ โดยมี 5G โอนข้อมูลระหว่างกัน
รวมถึง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เช่น การดูหนังหรือเล่นเกมผ่านอุปกรณ์ VR ถ้าใช้ 5G ก็จะได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่าการเล่นผ่านสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน และที่สำคัญคือ AR ที่นำเอาภาพเสมือน 3 มิติจำลองเข้าสู่โลกจริงผ่านกล้อง และมีการประมวลผลโดยการทำให้วัตถุ 3 มิติ (ภาพเสมือน) ทับซ้อนเข้ากันกับภาพจริงเป็นภาพๆเดียว ซึ่งภาพหรือวีดีโอที่ว่าจะต้องดึงมาจาก Cloud ทำให้ 5G มีบทบาทมากในการดึงข้อมูลให้ปรากฏบนหน้าจอได้โดยไม่มีดีเลย์

สรุปได้ว่า ยุค 5G นี้ เราจะได้ดูหนังออนไลน์ ดูวีดีโอ เล่นเกม ฟังเพลงได้ไม่มีสะดุดแล้ว เย้!! ชีวิตดี๊ดีสะดวกสบาย ไม่หลุด ไม่ค้างอีกแล้ว เทคโนโลยีสมัยใหมีนี้ช่างดีงามเสียจริง ถูกใจคอเกม และชาวหนังออนไลน์แบบเรายิ่งนัก

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com